นายวิชัยให้การว่าก่อนเกิดเหตุ ตนกำลังนั่งกินข้าวอยู่กับแม่อยู่บนบ้านยกพื้นสูง ขณะนั้นนายสิทธิ กำลังรัมย์ อายุ 57 ปี ผู้เป็นพ่อเดินเข้ามาต่อว่าแม่ ตนได้ห้ามพ่อไม่ให้ทำร้ายแม่ แต่พ่อกลับไม่หยุดด่าว่าแม่และตนเองอย่างเสียๆหายๆ พ่อจะเข้ามาทำร้ายแม่ พร้อมทั้งด่าว่าตนเองเสพยาตนบอกเมาแล้วอย่าพูดไปเรื่อยหยุดได้แล้ว แต่พ่อยังกล่าวหาว่าแม่เข้าข้างตนเอง ตนบอกให้พ่อนอนเสียเมาแล้วพูดไม่รู้เรื่อง ทันใดนั้นพ่อส่งเสียงดังและพูดว่า วันนี้อยู่ร่วมโลกกันไม่ได้ต้องตายกันไปข้างหนึ่ง พ่อเดินถือฆ้อนตีตะปูเข้ามาหา ตนเห็นท่าไม่ดีมองเห็นเขียงวางอยู่ในครัว เมื่อเห็นพ่อเงื้อฆ้อนจะทุบตนกับแม่จึงใช้เขียงยกป้องกันตัวพร้อมทั้งดันๆให้พ่อถอยหลังมาที่ที่นอนที่อยู่ถัดมา 5 เมตร จากนั้นนก็นั่งลงเพื่อจะกินข้าวต่อกับแม่ฝ่ายพ่อเดินเข้ามาหาอีกครั้ง จึงใช้เขียงดันพ่อให้ถอยห่าง พ่อใช้ฆ้อนทุบมาถูกตนเองอย่างแรงหลายครั้ง จนเกิดการกิดรัดฟัดเหวี่ยงกันเสียงดังโครมครามๆพักใหญ่ต่างคนต่างป้องกันตัว อึดใจใหญ่เห็นพ่ออ่อนแรง และเงียบไปและได้เอาเขียงกับไม้ไปซุกไว้ในห้อง กระทั่งมาดูพบว่าพ่อนอนซมพูดเจ็บๆที่หัว จึงให้แม่บอกญาตินำตัวส่ง รพ.ตนเองหนีออกจากบ้านไปและพ่อเสียชีวิตลงในเวลาต่อมา หลังจากถูกจับได้ตำรวจตรวจพบฉี่สีม่วง และนายวิชัยยอมรับว่าเพิ่งเสพยาหลังทะเลาะกับพ่อ นางแต้ม(นามสมมุติ) แม่ เล่าว่าพ่อเป็นฝ่ายหาเรื่องลูกชายก่อน สามีเป็นคนชอบกินเหล้าและก่อเหตุดังกล่าว
ต่อมาตำรวจได้นำตัวไปขอขมาศพพ่อที่วัดหนองจิก(วัดศรีสโมสร) ขณะนำตัวไปขอขมาศพพ่อที่วัดมีญาติๆฝ่ายพ่อพยายามที่จะบุกมาทำร้ายผู้ต้องหาหลายครั้งทั้งขามาและขากลับแต่ตำรวจห้ามไว้ได้ทัน พ.ต.อ. วันชัย กล่าวว่า คดีนี้เป็นคดีทำร้ายบุพการีเสียชีวิตโดยมีโทษหนักเท่ากับฆ่าคนตาย และผู้ต้องหารับสารภาพว่าเสพยาบ้ามาจริง ซึ่งตรงกับชุดสืบสวนระบุว่าผู้ต้องหาอยู่ในกลุ่มเสพ จึงนำตัวดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป
ขอบคุณข้อมูล : ทองสุข สิงห์พิมพ์




