ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามี โรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.วังท่าช้าง อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ทางโรงเรียนทำอาหารกลางให้เด็กนักเรียนกินโดยการทำพะโล้บูดซึ่งนำไข่-หมู บูดมาทำต้มพะโล้ให้เด็กนักเรียนเป็นอาหารกลางวันกิน
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่โรงเรียนดังกล่าว ต.วังท่าช้าง อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ได้พบกับนางสายฝน(นามสมมุติ) ผู้ช่วยแม่ครัวรายวัน เปิดเผยว่า เมื่อเวลา14.00 น.ของวันที่ 29สค.ที่ผ่านมาตนได้รับคำสั่งให้ต้มไข่ที่จะนำมาทำพะโล้ให้นักเรียนกินกลางวัน วันรุ่งขึ้นตนเองทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยแม่ครัวเห็นว่าไข่กับเนื้อหมูทำข้ามวันและมีกลิ่นเหม็น ตนรู้แต่พูดและทำอะไรไม่ได้จึงจำเป็นทำอาหารกลางวันให้แก่เด็กนัก
เรียนกิน เมื่อถึงเวลารู้ว่าอาหารเป็นอย่างไรเด็กเข้าแถวมารับอาหารกลางวันกิน ตนเห็นว่าหนึ่งในนักเรียนแห่งนี้มีลูกชายกับหลานตนเองเรียนที่นี่และต้องกินอาหารกลางวันในนัันด้วย รู้สึกผิดและเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นในใจครั้งนี้แต่ตนไม่สามารถพูดหรือทำอะไรได้มากกว่านี้ จากนี้ไปไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับหน้าที่การงานของตนก็ยินดีที่จะรับผิดขอบในสิ่งที่ได้ทำลงไป อยากขอโทษเด็กๆและสังคมด้วยเด็กบางคนเองก็รับรู้ได้ว่าพะโล้บูดเนื่องจากมีกลิ่นเหม็น จึงได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวให้ทราบ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งนักเรียนที่โตก็พูดต่อๆกัน และเรื่องถึงหูผู้ปกครองทั้งหมู่บ้าน ผู้ปกครองของนักเรียนต่างเรียกบุตรหลานมาสอบถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้นว่าเท็จจริงแค่ไหนด้วยความเป็นห่วง ซึ่งได้รับข้อมูลเป็นจริง
น้องมิ้นและน้องมาย(นามสมมุติ)กล่าวว่า ตนกินอาหารกลางวัน ไข่พะโล้บูดจริง ไม่กินก็ต้องกินทั้งที่มีกลิ่นเหม็นบางคนรู้แต่ไม่กิน กินมาม่าแทน
ผู้ปกครองรวมถึงคณะกรรมการสถานศึกษาสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้นจากนักเรียนหมดแล้ว พร้อมรวมตัวเข้าพบกับ ผอ.และคณะครูในวันจันทร์นี้จะสอบถาม ว่าทำไมถึงปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนี้้เกิดขึ้นทั้งที่มีงบประมาณโครงการอาหารกลางวันแก่เด็กนักเรียน หากบุตรหลานท้องเสียเจ็บป่วยจะรับผิดชอบหรือไม่
ด้าน นร.ชายคนหนึ่งได้กล่าวว่า หลังเกิดเรื่องครูมีการกำชับไม่ให้เด็กนำเรื่องที่เกิดขึ้นไปบอกผู้ปกครองเด็ดขาด ทางผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ได้รายงานให้นายอำเภอทราบแล้ว
ภาพ/ข่าว : ทองสุข สิงห์พิมพ์
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่โรงเรียนดังกล่าว ต.วังท่าช้าง อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ได้พบกับนางสายฝน(นามสมมุติ) ผู้ช่วยแม่ครัวรายวัน เปิดเผยว่า เมื่อเวลา14.00 น.ของวันที่ 29สค.ที่ผ่านมาตนได้รับคำสั่งให้ต้มไข่ที่จะนำมาทำพะโล้ให้นักเรียนกินกลางวัน วันรุ่งขึ้นตนเองทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยแม่ครัวเห็นว่าไข่กับเนื้อหมูทำข้ามวันและมีกลิ่นเหม็น ตนรู้แต่พูดและทำอะไรไม่ได้จึงจำเป็นทำอาหารกลางวันให้แก่เด็กนัก
เรียนกิน เมื่อถึงเวลารู้ว่าอาหารเป็นอย่างไรเด็กเข้าแถวมารับอาหารกลางวันกิน ตนเห็นว่าหนึ่งในนักเรียนแห่งนี้มีลูกชายกับหลานตนเองเรียนที่นี่และต้องกินอาหารกลางวันในนัันด้วย รู้สึกผิดและเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นในใจครั้งนี้แต่ตนไม่สามารถพูดหรือทำอะไรได้มากกว่านี้ จากนี้ไปไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับหน้าที่การงานของตนก็ยินดีที่จะรับผิดขอบในสิ่งที่ได้ทำลงไป อยากขอโทษเด็กๆและสังคมด้วยเด็กบางคนเองก็รับรู้ได้ว่าพะโล้บูดเนื่องจากมีกลิ่นเหม็น จึงได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวให้ทราบ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งนักเรียนที่โตก็พูดต่อๆกัน และเรื่องถึงหูผู้ปกครองทั้งหมู่บ้าน ผู้ปกครองของนักเรียนต่างเรียกบุตรหลานมาสอบถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้นว่าเท็จจริงแค่ไหนด้วยความเป็นห่วง ซึ่งได้รับข้อมูลเป็นจริง
น้องมิ้นและน้องมาย(นามสมมุติ)กล่าวว่า ตนกินอาหารกลางวัน ไข่พะโล้บูดจริง ไม่กินก็ต้องกินทั้งที่มีกลิ่นเหม็นบางคนรู้แต่ไม่กิน กินมาม่าแทน
ผู้ปกครองรวมถึงคณะกรรมการสถานศึกษาสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้นจากนักเรียนหมดแล้ว พร้อมรวมตัวเข้าพบกับ ผอ.และคณะครูในวันจันทร์นี้จะสอบถาม ว่าทำไมถึงปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนี้้เกิดขึ้นทั้งที่มีงบประมาณโครงการอาหารกลางวันแก่เด็กนักเรียน หากบุตรหลานท้องเสียเจ็บป่วยจะรับผิดชอบหรือไม่
ด้าน นร.ชายคนหนึ่งได้กล่าวว่า หลังเกิดเรื่องครูมีการกำชับไม่ให้เด็กนำเรื่องที่เกิดขึ้นไปบอกผู้ปกครองเด็ดขาด ทางผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ได้รายงานให้นายอำเภอทราบแล้ว
ภาพ/ข่าว : ทองสุข สิงห์พิมพ์



