จากกรณีที่มีข่าวโรงเรียนแห่งหนึ่งในทำอาการกลางวันให้เด็กนักเรียนกิน(ไข่พะโล้) แต่ปรากฎว่าไข่พะโล้บูด ในพื้นที่ปราจีนบุรีจากการพื้นที่ตรวจสอบ เมื่อวันที่ 3 สค.ทราบว่าเป็นโรงเรียนบ้านคลองสิบสอง ม.6 ต.วังท่าช้าง อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี โดยแม่ครัวหญิงรายหนึ่งเปิดเผยว่า ตนเองเป็นแม่ครัวที่โรงเรียนแห่งนี้ ก่อนเกิดเหตุเมื่อบ่ายวันที่ 29 กค.62 ที่ผ่านมา ทางโรงเรียนมีการทำอาหารกลางวันแก่เด็กนักเรียนระดับประถมโดยมีเมนูไข่พะโล้เป็นอาหารกลางวันในวันที่ 30 กค.บ่ายวันที่ 29 กค.ทางโรงเรียนจัดเตรียมเมนูอาหารไว้ในวันที่ 30 กค.เช้าวันที่ 30 กค.แม่ครัวได้เตรียมทำอาหารให้เด็กนักเรียนกิน แม่ครัวเห็นว่าไข่พะโล้ที่เตรียมไว้บูดมีกลิ่นจึงนำเรื่องนี้บอกกับ ผอ.ทราบ ทางผอ.บอกกับแม่ครัวหรือผู้ช่วยแม่ครัวให้นำไข่พะโล้ไปล้างน้ำแล้วนำมาทำอาหารแก่้เด็กนักเรียนกินในวันที่ 30 กค.แม่ครัวรายนี้รู้สึกว่าไม่สมควรที่จะนำมาทำเป็นอาหารให้เด็กกินเพราะอาจจะทำให้เด็กท้องเสีย จึงนำเรื่องนี้มาเปิดเผยกับบุคคลภายนอก
ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบนางสายฝน (นามสมมุติ)ผู้ช่วยแม่ครัว นางสายฝนกล่าวว่าตนรู้สึกผิดที่ทำอาหารบูดแก่เด็กนักเรียนกิน และหนึ่งในนั้นลูกกับหลานต้องกินไข่พะโล้มื้อนี้ด้วย รู้ทั้งรู้ว่าผิดแต่ทำอะไรไม่ได้เพราะตนเป็นแม่ครัวของโรงเรียน นางสายฝนยืนยันว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริงรู้สึกผิดจึงอยากขอโทษสังคม และไม่สมควรทำอย่างยิ่ง
วันนี้ 4 สค.ผู้ข่าวได้ขอพบกับ นายพงศธร อร่ามวิทยานุกูล ผอ.โรงเรียนบ้านคลองสิบสอง ผอ.กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่าตามที่ปรากฎเป็นข่าวในครั้งนี้ขอชี้แจงว่า เรื่องที่เกิดขึ้นไม่เป็นความจริงทางโรงเรียนไม่ได้มีการทำเมนูพะโล้หมูแต่ทำพะโล้ไก่ ขอยืนยันว่าเรื่องพะโล้บูดไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด
ผู้สื่อข่าวได้สอบถามนางสายฝนถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่งนางสายฝนกล่าวว่าตนขอยืนยันคำเดิมว่า สิ่งที่พูดคือความจริงไม่มีใครบังคับให้พูดหรือกลั่นแกล้งใคร ผู้สื่อข่าวได้สุ่มสอบถามเด็กนักเรียนต่างก็บอกตรงกันว่ากินพะโล้มีกลิ่นจริงๆ ผู้ปกครองเด็กในหมู่บ้านต่างก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าลูกหลานมาเล่าให้ฟังว่ากินพะโล้บูดจริงในวันพรุ่งนี้นายอำเภอกบินทร์บุรี พร้อมคณะจะลงพื้นที่ตรวจสอบที่โรงเรียนพร้อมกับคณะกรรมการสถานศึกษาและผู้ปกครองเด็กนักเรียนทั้งหมดรับฟังการชี้แจงของผอ.กับเรื่องที่เกิดขึ้น
ภาพ/ข่าว : ทองสุขสิงห์พิมพ์


